ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของศิลปะตะวันตก

History-of-Western-art-nnews-site

ใครจะรู้ว่ามนุษย์ก่อกำเนิดมาหลายพันปีแต่ครั้งโบราณกาล ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมามนุษย์ไม่เคยหยุดนิ่ง สร้างอารยธรรม ภาษา ตลอดจนทักษะเกี่ยวกับงานศิลปะ ที่สำคัญแม้เวลาจะผ่านมานานมากแค่ไหนเรื่องราวเหล่านี้ก็ยังคงถูกพูดถึงเสมอ โดยเฉพาะแถบตะวันตกและในบทความนี้จะขออาสาพาทุกๆ คนนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกสักหน่อย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรารีบออกเดินทางกันเถอะ

History-of-Western-art-site-nnews

ศิลปะตะวันตกกับประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

ต้องอธิบายให้เข้าใจเหมือนกันก่อนว่าประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกแบ่งออกได้หลากหลายยุคมาก แต่ในที่นี่เราขอแบ่งพอสังเขปออกเป็น 4 ยุค ได้แก่ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคโบราณ ยุคกลาง และยุคใหม่

  1. ยุคก่อนประวัติศาตร์

เป็นยุคก่อกำเนิดแรกเริ่มยังไม่มีตัวอักษรใช้มนุษย์เราอาศัยอยู่ในถ้ำมีการล่าสัตว์ ทำอาวุธและแกะสลักตามกำแพงถ้ำหินต่างๆ มีการจัดเรียงหินเป็นประติมากรรม เน้นการใช้สีธรรมชาติที่ได้จากดินเหลือง ดินดำ ดินแดง เขม่าไฟ ฯลฯ มาผสมกับยางไม้บ้าง ไขสัตว์บ้างทาไปบนมือแล้วกดลงกำแพงถ้ำ หรือวางมือไปบนกำแพงถ้ำแล้วพ่นสีรอบๆ มือเอา นำขนสัตว์/เปลือกไม้มาทำเป็นพู่กันแล้ววาดลงบนกำแพงถ้ำเน้นเส้นหนักเบา

ด้านจิตรกรรมจะเป็นภาพไม่เสมือนจริง วาดไปตามอารมณ์มีการแทนสัญลักษณ์ด้วยเรขาคณิต เช่น สามเหลี่ยม = ภูเขา วงกลม = ดวงอาทิตย์ เป็นต้น แสดงถึงพิธีกรรม ความเชื่อที่ต้องมีการตกแต่งให้เกิดความสวยงาม ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น ภาพเขียนยุคหินใน Paleolithic Cave ประเทศฝรั่งเศส เป็นการอธิบายถึงต้นไม้หลากหลายและสัตว์ขนาดใหญ่ คาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 20,000 ปี

  1. ยุคโบราณ

เป็นยุคที่มีตวอักษรใช้แล้ว มีศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์โดยอารยธรรมชั้นสูง ประกอบด้วยอารยธรรมอียิปต์ เมโสโตเตเมีย ทวีปอเมริกา และกรีซ งานศิลปะบุคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการเล่าเรื่องของตนเอง มีประติมากรรมต่างๆ เช่น เสาหิน ซิกูแรต ปิรามิดหมู่ที่เมืองกิซา รูปปั้นพระราชินีเนเฟอร์ติตี ฯลฯ หลายๆ ชิ้นจะเกี่ยวข้องกับความชื่อทางศาสนา อย่าง เหล่าเทพชายหญิง ซึ่งแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างผลงานที่มีชื่อเสียง เช่น รหัสของฮัมมูราบี สมัยเมโสโปเตเมีน มีลักษณะเป็นหินที่ถูกแกะสลักชุดกฎหมายบาบิโลน มีภาพกษัตริย์ฮัมมูราบีตกแต่งอยู่ด้วย คาดว่าถูกสร้างขึ้นปี ค.ศ. 1792

  1. ยุคกลาง

ถูกเรียกอีกอย่างว่าเป็นยุคมืด ซึ่งถือว่าเศรษฐกิจ วัฒนธรรมช่วงนั้นตกต่ำ เสื่อมสภาพมาก มีความเชื่อของศาสนาคริสต์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย งานศิลปะส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นในโบสถ์เพื่อสะท้อนถึงความตกต่ำ เสื่อมโทรมของยุค มีการวาดตามผนัง/แผงไม้ ทำสัญลักษณ์มากกว่าเลียนแบบธรรมชาติ ได้รับอิทธิพลจากศิลปะโรมันเนสก์ สถาปัตยกรรมต่างๆ แปลกตาขึ้น ประตูทรงโค้ง ใช้กระจกสีมาประดับตามช่องว่างผนัง

  1. ยุคใหม่

เป็นยุคที่สืบเนื่องจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีความเจริญ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงงานศิลปะที่หลากหลาย ใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือความรู้สึกแทนทำให้เกิดอิสระ เช่น ศิลปะแบบนีโอคลาสสิค เกิดผลงานจิตรกรรมการตายของมาราต์, การศึกระหว่างโรมันกับซาไบน์ ฯลฯ ศิลปะแบบเรียลิสม์ เกิดผลงานจิตรกรรมเขียนเล่าประสบการณ์ การปฏิวัติ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ฯลฯ ศิลปะแบบโรแมนติก เกิดผลงานจิตรกรรมการอับปางของเรือเมดูซา, ภาพการประหารที่ทิชิโอ, ความตายของชาดาร์นาปาล ฯลฯ ศิลปะแบบอิมเพรสชันนิสม์ เกิดจิตรกรรมเน้นแสง สี บรรยากาศต่างๆ ศิลปะนามธรรม ศิลปะคิวบิสม์ เป็นต้น

ศิลปะตะวันตกถือว่ามีความแตกต่างตามชนชาติ ตามอารยธรรมที่ก่อกำเนิด ณ ขณะนั้น การศึกษานี้ทำให้เราได้เข้าใจถึงสภาพความเป็นอยู่ ความเชื่อ สิ่งแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ จนเกิดเป็นงานศิลปะต่างๆ มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันผลงานบางชิ้นก็ยังคงมีปรากฎให้เรายืนยาวยันลูกหลานได้ศึกษา อนุรักษ์ต่อไป