thai-unifrom

ชุดประจำชาติไทยได้รับความนิยมระดับโลก

เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของไทยไม่เป็นรองใครในเวทีการประกวดต่างๆ ซึ่งประเทศไทยได้มีชุดประจำชาติของสาวงามทั้งหลายที่ได้ไปประกวดในเวทีต่างๆ เครื่องแต่งกายประจำชาติที่มีราคาแพงต้องถูกออกแบบมาเพื่อคนสวยๆ และคู่ควร สามารถเห็นได้จากการเปิดตัวตามงานต่างๆ หรือจัดประกวดชุดแต่งกายประจำชาติขึ้นมานั้นเอง โดยสามารถเห็นได้ว่าเครื่องแต่งกายของคนไทยมีความงดงามขนาดไหนและคู่ควรกับคนที่ใส่มากแค่ไหน แต่ละชุดออกแบบมาเพื่อให้คนๆ หนึ่งได้ใส่ เพื่อนำไปแสดงต่อผู้คนภายในงาน เพียงแค่ชุดประจำชาติไทยก็สามารถโด่งดังได้เป็นธรรมดา   เครื่องแต่งกายที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการสวมใส่ คงไม่พ้นชุดเที่ยวธรรมดาแต่ถ้าอยู่บนเวทีแล้ว เสื้อผ้าธรรมดาอาจเป็นสิ่งสำคัญเลยก็ได้ เนื่องจากบนเวทีการประกวดนางงามต่างๆ ได้ทำการออกแบบชุดประจำชาติขึ้นมาสำหรับนางงามที่ไปประกวดเพื่อประเทศของเรา โดยต้องดูบุคคลลิคของสาวงามก่อนว่าสามารถใส่ชุดแนวไหนได้ เพราะบุคลิกของแต่ละคนไม่เหมือนกันซึ่งถ้าทำชุดขึ้นมาก่อนแล้วรอสาวงามใส่อาจเป็นปัญหาใหญ่ ขั้นตอนในการออกแบบชุดประจำชาติต้องมีความคิดสร้างสรรค์อย่างมากถึงออกแบบได้แต่ละแบบเพื่อให้ผู้สวมใส่ดูโดดเด่นเป็นที่สะดุดตาของใครหลายๆคน  แนวความคิดถูกออกแบบตามความเหมาะสมของรูปแบบงานแต่สำหรับไทยแล้วจุดเด่นของเมืองไทยที่ชาวต่างชาตินึกถึงคืออะไร  ถ้ามาไทยแล้วต้องคิดถึงอะไรเป็นอันดับแรกซึ่งเหตุผลพวกนี้คือสิ่งแรกที่เข้ามาในหัวของคนออกแบบ เพราะถ้ามาเมืองไทยแล้วสิ่งแรกที่ต่างชาติมองคือ รถตุ๊กๆ เรือหางยาว การฟ้อนรำ และวัฒนธรรมไทยอีกหลายอย่าง   จึงเป็นความคิดขึ้นมาว่าเราควรออกแบบแนวไหนที่มองแล้วรู้เลยว่าประเทศไทย โดยชาติไทยมีความลงตัวจากศิลปะการแสดงต่างๆ โดยมีเทคนิคการต่อสู้ มวยไทย เป็นเอกลักษณ์ของเมืองไทยซึ่งการออกแบบเสื้อผ้าพวกนี้ควรนำไปเป็นความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว จุดประสงค์ในการออกแบบเพื่อความสวยงามและโปรโมทสิ่งที่เรานำไปขายคือความเป็นไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก เครื่องแต่งกายถูกออกแบบให้เข้ากับคนใส่และไม่ลุ่มล่ามจนเกินไปต่อผู้ใส่ เพื่อความสะดวกในการเดินหรือแนะนำชุดต่างๆไป ควรนำเสนอชุดที่นักออกแบบภูมใจนำเสนอออกมาให้ดี เขาจะได้เข้าใจเรามากขึ้นและให้คะแนนความสวยงามของชุดได้ดีกว่าเดิม ซึ่งเราควรภูมใจชุดประจำชาติจิของเรามากที่สุด

red-song

เพลงไทยประกอบหลายรูปแบบ

เพลงไทยประกอบไปด้วยจังหวะเร็วและช้าในดนตรีไทยไม่ได้มีกำหนดให้เป็นกฎเกณฑ์เหมือนดนตรีตะวันตก เพียงเป็นการตกลงร่วมกันในกลุ่มนักร้องว่าแนวเพลงของเรา ว่าแต่ละเพลงนั้นต้องเล่นให้ช้าเร็วเพียงใด ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าในบางครั้งเพลงเดี่ยวกันแต่บรรเลงโดยนักร้องหรือนักดนตรีต่างวงซึ่งสามารถออกความคิดเห็นและเสนอแนวทางของเพลงไทยได้หมดเพียงแค่คุณออกความคิดเห็นมาเท่านั้น ดังนั้นเพลงเดียวแต่สามารถนำไปรีมิกต์เป็นแนวดนตรีหลายๆเพลงได้หมดตามแนวของนักร้องเอง โดยในเพลงไทยมีการแบ่งออกเป็นสามระดับซึ่งแบ่งออกเป็นตามความสันยาวของเพลง คือ อัตราจังวะชั้นเดียว อัตราจังหวะ 2 ชั้น โดยมีจำนวนห้องเพลงเป็นสองเท่าของชั้นเดียว อัตราจังหวะสามชั้น มีจำนวนห้องเพลงเป็นสองเท่าของสองชั้นหรือเท่าของชั้นเดียว โดยความสั้นยาวของเพลงไทยเมื่อเล่นต่อเนื่องจึงมีผลให้การบรรเลงเกิดความช้าเร็วไปตามดนตรีของเพลง ทำนองของเพลงที่มีสามจังหวะชั้นจะบรรเลงช้า เพลงที่มีจังหวะสองชั้นจะบรรเลง ปานกลาง ส่วนจังหวะเดียวจะบรรเลงเร็ว สามารถสังเกตจังหวะของเพลงไทยได้จากเครื่องดนตรี โดยเสียงจาก ฉิ่ง กลอง ให้จังหวะคือ จังหวะหน้าทับ ซึ่งปรากฏในแต่ละห้องเพลงเป็นสิ่งสำคัญ ได้มีการแบ่งห้องเพลงออกเป็นคู่ โดยในหนึ่งชุดหรือหนึ่งแถวจะมีด้วยกันแปดห้องหรือสี่ห้องแต่ละห้องมีด้วยกันสี่จังหวะแต่ละจังหวะคือหนึ่งตัวโน้ต ดังนั้นเสียงของฉิ่งและกลองมีอยู่ในเพลงทุกเพลงแต่ละอัตราจังหวะ ทำนองเพลงไทยทุกเพลงจะใช้ทำนองหนึ่งเป็นทำนองหลักในการบรรเลง ซึ่งการบรรเลงเครื่องดนตรีไทยบางเพลงเป็นสิ่งสำคัญต่อวงอย่างมาก โดยเครื่องดนตรีของแต่ละเครื่องมีความสำคัญอยู่ในตัวเองมาก เป็นเสียงดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ช่วยให้บทเพลงออกมามีความไพเราะไม่เหมือนใคร สำหรับวงปี่พาทย์ ผู้ที่บรรเลงทำนองหลักคือ ฆ้องวงใหญ่ ส่วนเครื่องดนตรีชิ้นอื่นก็จะเล่นไปตามจังหวะเพลง การแปรเพลงหรือเปลี่ยนทำนองหลักดังกล่าว เป็นการเพิ่มรูปแบบแนวดนตรีของเพลงนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของวงดนตรีมาตราเสียงคือระดับความสูงต่ำของเสียง ดนตรีไทยมีด้วยกัน 7 ชั้นหรือ 7 เสียง เทียบได้กับเสียงดนตรีสากลจึงมีข้อแตกต่างคือ แค่ละขั้นเสียงในดนตรีไทยมีความห่างของเสียงเท่ากันตลอดทั้ง 7 ขั้น แต่ดนตรีสากลมีความห่างขั้นและครึ่งเสียง จึงเป็นเหตุให้ไม่สามรถเล่นคู่กับดนตรีสากลได้เพราะความห่างของเสียงต่างกันอย่างมาก…