Khmer-art-on-the-Thai-land-news-site

ศิลปะขอมบนแผ่นดินไทย คุณค่าที่มากกว่าความเก่า

คำว่าขอมนั้นในสมัยก่อนคนเราเชื่อว่ามันเป็นภาษาเขมร ด้วยความเคยชินทำให้คนเราพูดเร็วจนเพี้ยนกลายเป็น “ขอม” อย่างที่ทุกคนรู้จักกันในปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นเพียงข้อสันนิฐานที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน สำหรับความหมายของคำนี้คือ “ใต้” จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทำให้เราทราบว่า “ขอม” ในอดีตเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองมากอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 6 มีพื้นที่ปกครองทั่วกัมพูชา และอาจแผ่มาถึงในสยามด้วย ผู้เชี่ยวชาญได้แบ่งออกเป็น 3 ยุคใหญ่ ประกอบไปด้วย ยุคก่อนพระนคร, ยุคพระนคร และยุคหลังพระนคร เป็นยุคสุดท้ายที่ถือเป็นจุดสิ้นสุดของอาณาจักรขอมในพุทธศตวรรษที่ 19 ระยะเวลากว่าเจริญรุ่งเรืองมากว่าหลายร้อยปี ทำให้ขอมได้พัฒนาในด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่มีความสวยงามอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามหรือปราสาทเก่าแก่ เนื่องจากขอมได้ทำการค้ากับต่างชาติมากมาย โดยเฉพาะกับทางประเทศอินเดีย ทำให้วัฒนธรรมของขอมได้รับอธิพลจากอินเดียมาไม่น้อย ในระหว่างนี้เองที่ศาสนาฮินดูเริ่มเข้ามามีบทบาทกระทั่งขอมได้เปลี่ยนไปนับถือมหายานแทน ความเจริญทางการค้าและวัฒนธรรมทำให้อิทธิพลของอาณาจักรขอมได้แผ่อิทธิผลไปทั่วอาณาจักรใกล้เคียง นั่นรวมถึงอาณาจักรสยามของเราด้วยเช่นกัน อิทธิพลของขอมเริ่มแผ่เข้ามาสู่ประเทศไทยในพุทธศตวรรษที่ 12 ในช่วงสมัยของอาณาจักรอิศานปุระ ด้วยการเผยแพร่ผ่านทางศาสนาหลักทั้งสองที่มีผู้ศรัทธามากที่สุด ได้แก่ ศาสนาฮินดู และศาสนามหายาน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาบรรพบุรุษของเราก็ได้นำศิลปะของทั้งสองมาผสมผสานรวมเป็นศิลปะแขนงใหม่ สืบทอดมาจนถึงสมัยกรุงสุโขทัย ตลอดจนถึงรัตนโกสินทร์ เรายังคงเห็นได้ถึงความคล้ายคลึงในด้านปติมากรรมที่มีกลิ่นอายของขอมโบราณ ถ้าจะยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนสุดคือ “พระปรางค์สสามยอด” ถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อของศาสนาฮินดูเพื่อใช้ประดิษฐานเทวรูป จนกระทั่งศาสนาพุทธเข้ามาแทนที่จึงเปลี่ยนไปใช้เป็นประดิษฐานพระพุทธรูปแทน ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นหรือถูกปกครองโดยขอม หลายคนมีความเชื่อว่าสถาปัตยกรรมทั้งหลายล้วนถ่ายทอดผ่านการเป็นเมืองขึ้นมาก่อน ซึ่งมันไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้องนัก ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งปลูกสร้างแบบศิลปะขอมที่ไหนไม่ได้หมายความว่าจะถูกปกครองโดยเจ้าของศิลปะชนิดนี้มาก่อน…

Thai-prehistoric-art-news-site

ศิลปะก่อนประวัติศาสตร์ชาติไทย

ประเทศไทยโดดเด่นในเรื่องของศิลปะเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งก็ได้พัฒนามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลและเปลี่ยนไปตามยุคสมัยที่รุ่งเรืองในสมัยนั้น ถ้าจะถามว่าชาติใดมีอิทธิพลต่อศิลปะวัฒนธรรมบ้านเรามากที่สุดคงจะไม่พ้น “อินเดีย” เรื่องราววัฒนธรรมของประเทศไทยนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ยุค แล้วในแต่ละยุคจะแบ่งออกเป็นสมัยแยกย่อยไปตามอันดับ โดยเราจะเริ่มตั้งแต่ช่วงยุคเมื่อหลายแสนปีก่อน (ยุคก่อนประวัติศาสตร์) ในยุคหิน เราได้พบเครื่องมือโบราณเก่าแก่ที่คาดว่าเป็น “ขวาน” ที่ทำขึ้นจากการนำก้อนหินมาทุบให้แตกจนมีปลายแหลม เครื่องมือชิ้นนี้พบอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเริ่มเข้าช่วงยุคหินกลางจะสังเกตเห็นได้ถึงพัฒนาการของเครื่องมือที่มีความประณีตมากขึ้น ซึ่งพบได้ตามภาคเหนืออย่าง เชียงใหม่ เชียงราย เมื่อประมาณ 50,000 – 5,000 ในยุคหินช่วงปลายเราแทบจะพบเครื่องมือที่ทำจากหินได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ได้สันนิฐานไว้ว่ากลุ่มคนยุคหินเหล่านี้อาจะเป็นบรรพบุรุษของคนไทยในปัจจุบัน เครื่องมือที่พบเห็นได้ทั่วไปมีตั้งแต่อุปกรณ์ในการทำครัว เช่น หม้อหุงข้าว ชามใส่อาหาร เครื่องประดับจากหิน และอาวุธชนิดต่างๆ ต่อมาได้มีการพบเครื่องปั้นดินเผาที่จังหวัดอุดรธานี คาดว่ามีอายุประมาณ 7 พันปี รวมถึงสิ่งของที่ทำขึ้นจากโลหะอย่าง กลองมโหระทึก อาวุธ และเครื่องประดับ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ชาติไทย ศิลปะของไทยได้รับอธิพลอย่างมากจากประเทศอินเดีย ด้วยการเผยแพร่ผ่านทางพระพุทธศาสนา ซึ่งก็ได้มีการนำพระพุทธรูปมากมายเข้ามาในดินแดนสุวรรณภูมิ เมื่อเข้าสู่สมัยอาณาจักรศรีวิชัยที่มีรุ่งเรืองทางด้านการค้า ผ่านการเป็นตัวกลางในการค้าขายระหว่างอาณาจักรต่างๆ คอยดูแลการเดินเรือระหว่างมหาสมุทรอินเดียสู่ทะเลจีน เรียกได้ว่าเป็นผู้มีอำนาจทางการค้าในทะเลแถบนี้มากที่สุด ระหว่างนี้เองที่ศิลปะจากหลากหลายวัฒนธรรมเผยแพร่ผ่านช่องทางการค้าเหล่านี้ หลังจากสมัยของศรีวิชัยก็เป็น…