เครื่องดนตรีไทย สายดีดมีอะไรบ้าง

musical-instruments

ดนตรีไทยจัดว่าเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ไทยที่ไม่เหมือนใครในโลก เป็นสิ่งที่แสดงตัวตนของคนไทยได้เป็นอย่างดี ดนตรีไทยมีทั้งท่วงทำนอง เนื้อร้อง จังหวะเป็นของตัวเอง ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับบรรดาเครื่องดนตรีไทยที่เรามักจะแบ่งออกเป็นกลุ่มตามประเภทการเล่นได้แก่ ดีด สี ตี เป่า เรามาลองดูกันสิว่า เครื่องดนตรีไทยสายดีดมีเครื่องดนตรีอะไรบ้าง

Thai-musical-instruments

พิณน้ำเต้า

เครื่องดนตรีประเภทสายที่มีชื่อว่า พิณน้ำเต้า นี้ต้องบอกว่าปัจจุบันหาคนเล่นยากมาก ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเครื่องดนตรีชิ้นนี้เล่นค่อนข้างยากมาก จุดเด่นของเครื่องดนตรีนี้ เป็นเครื่องดีดที่มีสายเดียว (ปกติดเครื่องดีดจะมีตั้งแต่3 สาย) ตามประวัติสันนิษฐานว่าพิณน้ำเต้าได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย ลักษณะเด่นจะมีน้ำเต้าครึ่งอัน มาพร้อมกับคันสาย (เรียกว่าคันทวน) วิธีการเล่นจะดีดสาย ควบคู่กับการขยับน้ำเต้าตรงฐานเพื่อให้เกิดการสั่นไหว

พิณเพียะ

ชิ้นต่อมาชื่อว่า พิณเพียะ แต่บางตำราก็บอกว่า พิณเปี๊ยะ ตามประวัติเล่าว่าเครื่องดนตรีชิ้นนี้มีต้นกำเนิดมาจากชาวล้านนาทางภาคเหนือ เครื่องดนตรีประกอบด้วยกะโหลกทำจากกะลามะพร้าว คันชัก สาย (จะมีตั้งแต่ 2-7สาย) เครื่องดนตรีชิ้นนี้จะให้เสียงเชื่องช้า นิ่มๆ เย็นๆ ตามสไตล์ชาวเหนือ มักจะเอาไว้ดีดเพื่อจีบสาว เพลงแนะนำของเครื่องดนตรีชิ้นนี้คือ เพลงปราสาทไหว

กระจับปี่

กระจับปี่เป็นเครื่องดนตรีที่มีประวัติมานานตั้งแต่อยุธยาโน่นเลย จากนั้นก็พัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน กระจับปี่มองภายนอกจะมีรูปร่างคล้ายกีตาร์ ตัวกะโหลกจะทำมาจากแผ่นไม้บางๆ เป็นทรงกลมคล้ายกีตาร์ ถัดมาจะเป็นคอยาว มีการแบ่งช่องไว้เป็นระยะ ส่วนปลายเป็นหมุดปรับระดับความตึงหย่อนของสาย เครื่องนี้หาคนเล่นยากเช่นกัน เนื่องจากเสียงมันค่อนข้างเบามาก จนทำให้หลายคนมองข้ามไป

ซึง

เครื่องดนตรีประเภทดีด อีกชนิดหนึ่งที่ดูคล้ายกับกีตาร์ นั่นคือ ซึง เครื่องดนตรีจากทางภาคเหนืออีกเช่นกัน รูปร่างคล้ายกีตาร์ฝรั่ง แต่จะแตกต่างกันตรงเนื้อไม้ กับจุดปรับระดับความตึงหย่อน จะเป็นคันใหญ่ สายจะมีทั้งหมด 4 สาย วิธีการเล่นก็จะดีดได้สองแบบ แบบแรกจะเป็นการดีดลงล่างอย่างเดียว แบบที่สองจะมีการผสมกันระหว่างดีดลง ดีดขึ้น

จะเข้

เครื่องดนตรีประเภทดีดที่ถือว่าเป็นไฮไลท์เลยก็ว่าได้ นั่นคือ จะเข้ เครื่องดนตรีชิ้นนี้จะแตกต่างจากชิ้นอื่นที่กล่าวมา เครื่องจะมีลักษณะต้นแบบคล้ายกีตาร์แต่จะเป็นการนอนหงายกับพื้น เวลาเล่นผู้เล่นจะต้องนั่งก้มตัวลงไปเล่น (หากเป็นเครื่องดีดตัวอื่นมักจะเป็นการหยิบยกขึ้นมาวางไว้บนหน้าอก หรือ วางไว้บนหน้าขา) ใช้นิ้วดีดเพื่อปัดสายขึ้นลง อีกมือหนึ่งจะกดเส้นไว้เพื่อให้เกิดเสียงสูงต่ำ เสียงของจะเข้จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก