การแต่งกายยุคสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 – 5

Dress-in-the-Rattanakosin-period-news-site

ประเทศไทยเราวัฒนธรรมการแต่งกายก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศไทยเรานำเอาวัฒนธรรมยุคต่างๆ มาปรับเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ช่วงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1-5 คนไทยในยุคนั้นมีการแต่งตัวอย่างไรบ้าง เราจะนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปดูยุคสมัยนั้นกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ยุครัชกาลที่ 1-3

ช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นต้องยอมรับว่า ไทยเราแต่งกายตามอิทธิพลวัฒนธรรมจากยุคก่อนอย่างอยุธยามาจนถึงธนบุรี ตอนนั้นประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก นั่นจึงต้องแต่งกายให้พร้อมสำหรับการออกงานดังกล่าว เน้นเสื้อผ้าที่ทำให้เกิดความคล่องแคล่วทะมัดทะแมงมากกว่าความสวยงาม ผู้ชายเวลาไปทำงานเน้นนุ่งโจงกระเบนเหนือเข่า ไม่สวมเสื้อ ไม่ใส่รองเท้า แต่ถ้าอยู่บ้าจะเป็นนุ่งโสร่งแทน ทรงผมไว้ทรงมหาดไทย (ภาษาชาวบ้านเรียกทรงนี้ว่า ทรงหลักแจว) ผู้หญิงก็เน้นชุดแต่งกายที่คล่องแคล่วทำงานได้ดีทั้งในบ้านและนอกบ้าน เลยนุ่งโจงกระเบน กับ ห่มตะเบ็งมาน จะเปลี่ยนเป็นผ้าแถบตอนอยู่บ้าน ในกรณีที่ออกงานจะนุ่งผ้าจีบ ห่มสไบแทน ทรงผมตัดสั้นแบบดอกกระทุ่มปล่อยท้ายให้ยาวถึงบ่า

news-site-Dress-in-the-Rattanakosin-period

ด้านกลุ่มคนชั้นสูง ข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ขุนนางจะมีการแต่งตัวอีกรูปแบบหนึ่ง พวกเค้าจะเน้นผ้าทอที่มีความละเอียด ในเนื้อผ้าจะมีด้ายเงินด้ายทองเพื่อให้ผ้ามีความสวยงามระยิบระยับมากขึ้น การแต่งกายอยู่บ้านผู้ชายนุ่งโจงกระเบน ไม่สวมเสื้อเหมือนกัน แต่บางคนอาจจะใช้ผ้าพาดบ่าด้วย การสวมเสื้อจะใช้เฉพาะการเข้าพิธีการเท่านั้น ผู้หญิงนุ่งโจงกระเบน แต่จะใส่ผ้าสไบ ยิ่งถ้าออกงานผ้าสไบจะมีความหมายมากต้องเอาผ้าที่มีความสวยงามมาใช้

ยุครัชกาลที่ 4

มาถึงรัชกาลที่ 4 ยุคนี้ต้องบอกว่าประเทศไทยของเราเริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมหลายอย่าง นั่นทำให้การแต่งกายมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย อย่างแรกเลยได้มีการปรับให้ข้าราชการสามารถสวมเสื้อเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ได้ด้วย รวมถึงแนวคิดให้ประชาชนหันมาใส่เสื้อแทนการปล่อยเหมือนก่อน ค่านิยมดังกล่าวทำให้คนไทยในกลุ่มชนชั้นสูงเริ่มเปลี่ยนแปลงหันมาใส่เสื้อ กางเกงตามแบบฝรั่งมากขึ้น หรือ บางคนอาจจะยังนุ่งโจงกระเบนอยู่ ส่วนผู้หญิงใส่เสื้อแขนกระบอกแล้วห่มสไบเฉียงอีกทีหนึ่ง แต่ถ้าทำงานกลางแจ้งเสื้อแขนกระบอกอาจจะไม่สะดวกอาจจะห่มตะเบ็งงานเพื่อความคล่องแคล่วได้

รัชกาลที่ 5

จากความต่อเนื่องค่านิยมใหม่ ทำให้การเปลี่ยนแปลงมาเห็นผลชัดเจนในยุครัชกาลที่ 5 ได้มีการยกเลิกทรงผมมหาดไทยแบบเดิม ให้เปลี่ยนมาไว้ยาวแบบฝรั่งได้ รวมถึงได้เกิดเสื้อราชประแตนขึ้น เพื่อดัดแปลงให้เข้ากับสภาพอากาศของไทย ส่วนผู้หญิงยกเลิกทรงผมแบบปีก ให้หันมาไว้ผมยาวดอกกระทุ่มแทน นิยมเสื้อแขนหมูแฮม แล้วห่มแพรสไบเฉียงอีกชั้นหนึ่ง บางคนอาจจะมีการนำผ้าลายลูกไม้ ผ้าไหม ผ้าแพรจากต่างประเทศมาใช้แทนเพื่อความสวยงามอีกทางหนึ่งด้วย